โตแล้ว...ควรรู้ว่า "แต่งตัวให้ถูกกาลเทศะ" คือมารยาท ไม่ใช่ทางเลือก

สมัยนี้มีคนชอบพูดว่า "ร่างกายเป็นของเรา จะใส่อะไรก็เรื่องของเรา"

ฟังเผิน ๆ ก็ไม่ผิด

แต่ประโยคนั้นจะถูกทั้งหมด ก็ต่อเมื่อคุณอยู่คนเดียวบนเกาะ

ตราบใดที่ยังอยู่ในสังคม ยังมีสถานที่ มีพิธีการ มีเจ้าภาพ มีผู้ใหญ่ มีแขก และมีคนอีกมากที่ต้องอยู่ร่วมกัน คำว่า "กาลเทศะ" ก็ยังมีความหมายเสมอ

การแต่งตัวให้เหมาะกับโอกาส ไม่ใช่การยอมแพ้ต่อค่านิยมของสังคม แต่เป็นการแสดงว่าเราได้รับการอบรมมาพอที่จะรู้ว่า อะไรควร อะไรไม่ควร

คนมีการศึกษา อาจมีปริญญา

แต่คนมีวัฒนธรรม จะรู้ว่าเสื้อผ้าควรเปลี่ยนไปตามสถานที่

สองอย่างนี้ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

น่าแปลกที่บางคนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีตำแหน่ง มีชื่อเสียง มีอายุ มีประสบการณ์ แต่กลับลืมเรื่องพื้นฐานที่สุดข้อหนึ่งของการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

เหมือนสร้างบ้านหลังใหญ่ แต่ไม่มีประตูหน้าบ้าน

หลายคนชอบอ้างว่า "เป็นตัวของตัวเอง"

แน่นอน...เป็นตัวของตัวเองได้

แต่คนที่เป็นผู้ใหญ่จริง จะรู้ว่า การให้เกียรติผู้อื่น ไม่เคยทำให้ตัวตนของเราหายไป

ตรงกันข้าม มันทำให้ตัวตนของเราดูน่าเคารพมากขึ้น

ผมไม่ได้ตัดสินคนจากยี่ห้อเสื้อผ้า ไม่ได้สนใจว่าคุณใส่นาฬิกาเรือนละกี่แสน หรือรองเท้าราคาเท่าไร

ผมดูแค่ว่า...
คุณรู้หรือไม่ว่า วันนี้ควรแต่งตัวแบบไหน

คำถามนี้ บอกอะไรเกี่ยวกับคนคนหนึ่ง ได้มากกว่าที่หลายคนคิด

เพราะกาลเทศะ ไม่ใช่เรื่องของเงิน

ไม่ใช่เรื่องของแฟชั่น

และไม่ใช่เรื่องของรสนิยม

มันคือเรื่องของ "การอบรม"

คนที่ได้รับการปลูกฝังเรื่องมารยาทมาตั้งแต่เด็ก มักไม่ต้องมีใครบอกว่าควรแต่งตัวอย่างไรในแต่ละโอกาส

เขารู้เอง

ส่วนคนที่ไม่รู้...

ต่อให้อายุห้าสิบ หกสิบ หรือเจ็ดสิบปี ก็ไม่ได้แปลว่าจะเป็นผู้ใหญ่โดยสมบูรณ์

อายุ ทำให้คนแก่ได้

แต่กาลเทศะ...ต่างหาก ที่ทำให้คนดูมีชาติตระกูล

และบางครั้ง สิ่งที่ทำให้คนหมดสง่าราศี ไม่ใช่เสื้อผ้าที่สวมใส่

แต่คือการไม่รู้เลยว่า เสื้อผ้าชุดนั้น ไม่ควรอยู่ในสถานที่นั้นตั้งแต่แรก

© WDTTRAVEL.COM สงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือดัดแปลงบทความ รวมถึงห้ามนำรูปภาพหรือวิดีโอทั้งหมดหรือบางส่วนไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ 

กรุณาแชร์ลิงก์ต้นฉบับแทนการคัดลอกเนื้อหา การละเมิดลิขสิทธิ์อาจมีความรับผิดตามกฎหมาย